การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน
การตรวจคัดกรองและประเมินสุขภาพของคู่รักก่อนเริ่มต้นชีวิตคู่ หรือก่อนวางแผนมีบุตร เพื่อช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจสุขภาพของตนเอง ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเตรียมความพร้อมสำหรับครอบครัวอย่างมั่นใจ
About
การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานคืออะไร?
การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน คือการตรวจคัดกรองและประเมินสุขภาพร่างกายของคู่รักทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงก่อนการใช้ชีวิตคู่หรือก่อนสมรส เพื่อช่วยให้คู่รักเข้าใจสภาพร่างกายของตนเองและคู่ครองมากขึ้น
นอกจากการประเมินสุขภาพทั่วไปแล้ว ยังช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการวางแผนตั้งครรภ์ ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจส่งผลต่อการมีบุตร และช่วยให้แพทย์สามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละคู่ได้อย่างตรงจุด
Premarital Check-up
เหมาะสำหรับคู่รักที่กำลังวางแผนแต่งงาน วางแผนมีบุตร หรืออยากตรวจประเมินความพร้อมด้านสุขภาพก่อนเริ่มต้นครอบครัว
ตรวจประเมินสุขภาพของทั้งคู่
ลดความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อและโรคทางพันธุกรรม
แช่แข็งในไนโตรเจนเหลว -196°C
Why It Matters
ทำไมควรตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน?
สุขภาพของทั้งสองฝ่ายมีผลต่อการใช้ชีวิตคู่ การวางแผนครอบครัว และความพร้อมในการมีบุตร การตรวจตั้งแต่ก่อนแต่งงานช่วยให้คู่รักเห็นภาพรวมสุขภาพได้ชัดเจนขึ้น และสามารถวางแผนดูแลตัวเองได้เร็วกว่า
หากพบความเสี่ยง เช่น โรคติดเชื้อ โรคติดต่อบางชนิด ภาวะพาหะโรคทางพันธุกรรม หรือปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยาก แพทย์สามารถแนะนำแนวทางดูแล ป้องกัน หรือวางแผนการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
2
ตรวจสุขภาพทั้งสองฝ่าย
การตรวจควรประเมินทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เพื่อให้เห็นภาพรวมสุขภาพของคู่รักอย่างครบถ้วนก่อนเริ่มต้นชีวิตคู่
Storage & Future Use
เก็บได้นานแค่ไหน และนำไปใช้อย่างไร?
กระบวนการเก็บตัวอย่างอสุจิโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อบุคคล และอสุจิที่ผ่านการแช่แข็งสามารถนำกลับมาใช้ในเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IVF หรือ ICSI ได้ในอนาคต
Preparation
การเตรียมตัวก่อนเก็บอสุจิ
ก่อนเข้าสู่กระบวนการเก็บและแช่แข็งอสุจิ แพทย์จะประเมินสุขภาพและให้คำแนะนำเพื่อให้ตัวอย่างน้ำเชื้อมีคุณภาพเหมาะสมต่อการตรวจวิเคราะห์และเก็บรักษา
ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ตรวจสอบประวัติสุขภาพ ประวัติการรักษา โรคประจำตัว และปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพอสุจิ
งดหลั่งอสุจิ 2–3 วัน
เพื่อให้ได้ตัวอย่างน้ำเชื้อที่เหมาะสมต่อการตรวจวิเคราะห์และประเมินความสมบูรณ์ของอสุจิ
ตรวจคัดกรองเบื้องต้น
เจาะเลือดเพื่อตรวจ Screening และคัดกรองภาวะหรือโรคที่เกี่ยวข้องก่อนการเก็บรักษา
เก็บน้ำเชื้อในห้องเฉพาะ
ทำความสะอาดก่อนเก็บน้ำเชื้อ และเก็บตัวอย่างในภาชนะที่คลินิกเตรียมไว้ภายในห้องเฉพาะ
Process
ขั้นตอนการแช่แข็งและเก็บรักษาอสุจิ
ส่งตัวอย่างเข้าสู่ Andrology Lab
หลังเก็บน้ำเชื้อเสร็จ ตัวอย่างจะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการน้ำเชื้อที่ได้มาตรฐาน ปลอดเชื้อ และควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม
ตรวจวิเคราะห์คุณภาพอสุจิ
นักวิทยาศาสตร์จะตรวจความสมบูรณ์ของอสุจิ เช่น จำนวน การเคลื่อนไหว และคุณภาพโดยรวม เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนแช่แข็ง
ใส่สาร Cryoprotectant
เติมสารป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็ง เพื่อช่วยลดความเสียหายของเซลล์อสุจิระหว่างการลดอุณหภูมิ
แช่แข็งและเก็บในไนโตรเจนเหลว
ทำการลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว และนำอสุจิไปเก็บในถังไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิประมาณ -196°C เพื่อรอการนำมาใช้ในอนาคต
Who Should Consider
ใครบ้างที่ควรพิจารณาแช่แข็งอสุจิ?
ผู้ที่รักษาภาวะมีบุตรยาก
เหมาะกับเคสที่ฝ่ายชายเก็บน้ำเชื้อได้ยาก หรือไม่สะดวกมาเก็บตัวอย่างในวันที่ต้องใช้จริง
ผู้ที่ต้องการมีบุตรในอนาคต
เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีคู่สมรสหรือยังไม่พร้อมมีบุตร แต่ต้องการเก็บอสุจิไว้ในช่วงอายุที่คุณภาพดี
ผู้ที่มีความเสี่ยงทางสุขภาพ
เช่น โรคประจำตัวหรือความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนบางชนิดที่อาจส่งผลต่อคุณภาพอสุจิในอนาคต
ผู้ที่ต้องรับการรักษาโรคมะเร็ง
ผู้ที่ต้องฉายแสงหรือทำเคมีบำบัด ซึ่งอาจกระทบต่ออสุจิและระบบสืบพันธุ์ ควรพิจารณาเก็บอสุจิก่อนเริ่มการรักษา
Result & Safety
การนำอสุจิแช่แข็งมาใช้ในอนาคตเป็นอย่างไร?
อสุจิที่ผ่านการแช่แข็งสามารถละลายและนำมาใช้ประโยชน์ในเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ได้ โดยควรดำเนินการภายใต้ทีมแพทย์และห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของกระบวนการรักษา
เริ่มต้นอย่างมั่นใจ
ปรึกษาการแช่แข็งอสุจิกับแพทย์เฉพาะทาง
หากต้องการวางแผนเก็บรักษาอสุจิไว้ใช้ในอนาคต หรือประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับการรักษา สามารถติดต่อ Gift Fertility Centre Bangkok เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้น
