ขั้นตอน IVF มีกี่ขั้นตอน ใช้เวลานานแค่ไหน?

ขั้นตอน IVF มีกี่ขั้นตอน ใช้เวลานานแค่ไหน
ขั้นตอน IVF มีกี่ขั้นตอน ใช้เวลานานแค่ไหน?
    เพิ่มหัวเรื่องเพื่อเริ่มสร้างสารบัญ

    ทำ IVF ต้องหยุดงานนานไหม ใช้เวลาทั้งหมดกี่สัปดาห์ เป็นคำถามที่หลายคู่กังวลก่อนเริ่มรักษา โดยทั่วไป IVF คือการปฏิสนธินอกร่างกายในห้องแล็บ แล้วเลี้ยงตัวอ่อนก่อนย้ายกลับเข้าโพรงมดลูก ซึ่งหนึ่งรอบมักใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ต้องอยู่คลินิกตลอดเวลา ส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ มีเพียงบางวันที่ต้องมาคลินิกเพื่อตรวจติดตาม เก็บไข่ ย้ายตัวอ่อน และตรวจผลตั้งครรภ์ สำหรับคู่ที่สงสัยว่า กระบวนการทำ IVF กับ ICSI ต่างกันอย่างไร การเลือกวิธีที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับผลตรวจของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเป็นหลัก

    เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนทำ IVF

    ก่อนดูขั้นตอนจริง ควรแยกความเข้าใจผิดออกก่อน เพราะหลายคู่กังวลจากภาพจำว่า IVF ต้องเจ็บมาก ใช้เวลานาน หรือพักงานหลายสัปดาห์ ทั้งที่กระบวนการจริงมีหลายช่วงที่ทำที่บ้านได้ และมาคลินิกตามรอบนัดเท่านั้น

    • ต้องนอนค้างที่คลินิกไหม ส่วนใหญ่เป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอก เก็บไข่และย้ายตัวอ่อนแล้วกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
    • ต้องฉีดยาที่คลินิกทุกวันไหม ยากระตุ้นไข่ส่วนใหญ่ฉีดเองที่บ้านได้ แต่ต้องมาตรวจติดตามไข่ตามนัด
    • ต้องหยุดงานทั้งเดือนหรือเปล่า โดยทั่วไปวันที่ควรหยุดจริงมักเป็นวันเก็บไข่ และอาจพักเบา ๆ ช่วงหลังย้ายตัวอ่อนตามคำแนะนำของแพทย์
    • รู้ผลตั้งครรภ์ทันทีหลังย้ายตัวอ่อนไหม ต้องรอเจาะเลือดตรวจ hCG หลังย้ายตัวอ่อนประมาณ 9–14 วัน ตามแผนของแพทย์
    ขั้นตอน IVF มีกี่ขั้นตอน ใช้เวลานานแค่ไหน

    ขั้นตอน IVF มีกี่ขั้นตอน

    โดยทั่วไป ขั้นตอน IVF แบ่งได้เป็น 6 ช่วงใหญ่ ตั้งแต่การตรวจประเมินก่อนเริ่มรอบ กระตุ้นไข่ เก็บไข่และอสุจิ ปฏิสนธิในห้องแล็บ เลี้ยงตัวอ่อน ย้ายตัวอ่อน และตรวจผลตั้งครรภ์ แต่รายละเอียดในแต่ละคนอาจต่างกันตามอายุ สำรองไข่ ผลอสุจิ ภาวะมดลูก และแผนรักษาที่แพทย์วางไว้ ดังนี้

    1. ตรวจประเมินก่อนเริ่มรอบ (1–2 สัปดาห์ก่อนเริ่มรอบ) ตรวจฮอร์โมน อัลตราซาวนด์มดลูกและรังไข่ รวมถึงตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้ออสุจิ
    2. กระตุ้นไข่ (ประมาณ 8–12 วัน) ฉีดยากระตุ้นเพื่อให้ไข่เจริญเติบโตและสุกพร้อมกันหลายฟอง
    3. เก็บไข่และเก็บอสุจิ (1 วัน) ทำหัตถการเก็บไข่ออกจากรังไข่ และฝ่ายชายเก็บอสุจิในวันเดียวกัน
    4. ปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อน (ประมาณ 5–6 วัน) นำไข่และอสุจิมาปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการ แล้วเลี้ยงตัวอ่อนจนถึงระยะที่เหมาะสม
    5. ย้ายตัวอ่อน (ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องนอนพักฟื้น) ย้ายตัวอ่อนกลับเข้าโพรงมดลูก หรือแช่แข็งตัวอ่อนไว้เพื่อย้ายในรอบถัดไป
    6. ตรวจผลตั้งครรภ์ (9–14 วันหลังย้ายตัวอ่อน) เจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมน hCG เพื่อประเมินการตั้งครรภ์

    ขั้นตอน IVF ตั้งแต่ Day 1–35

    ถ้ามองเป็นไทม์ไลน์ IVF หนึ่งรอบมักอยู่ในกรอบประมาณ 35 วัน แต่ไม่ใช่ทุกวันต้องมาคลินิก บางช่วงเป็นการฉีดยาที่บ้าน บางช่วงเป็นการรอผลจากห้องแล็บ และบางช่วงเป็นการใช้ฮอร์โมนตามแผนหลังย้ายตัวอ่อน

    ช่วงเวลาขั้นตอนต้องทำอะไรบ้าง
    ก่อน Day 1ตรวจประเมินก่อนเริ่มรอบตรวจฮอร์โมน อัลตราซาวนด์ ตรวจอสุจิ และวางแผนยา
    Day 1–2เริ่มรอบเดือนและเริ่มแผนกระตุ้นไข่แพทย์ประเมินรังไข่และเริ่มยาตามแผน
    Day 2–12กระตุ้นไข่ฉีดยากระตุ้นไข่ และมาตรวจติดตามไข่เป็นระยะ
    Day 11–14ฉีดยา Trigger และเก็บไข่ฉีดยากระตุ้นไข่ให้สุก แล้วเก็บไข่หลังจากนั้นประมาณ 34–36 ชั่วโมง
    Day 12–20ปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อนห้องแล็บดูการปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะที่เหมาะสม
    Day 17–22 หรือรอบถัดไปย้ายตัวอ่อนย้ายตัวอ่อนสด หรือแช่แข็งแล้วนัดย้ายในรอบถัดไป
    Day 28–35ตรวจผลตั้งครรภ์เจาะเลือดตรวจ hCG ตามวันที่แพทย์นัด

    ไทม์ไลน์นี้เป็นภาพรวม ระยะเวลาอาจเปลี่ยนตามแผนรักษา เช่น การตรวจ PGT การแช่แข็งตัวอ่อน หรือการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกในรอบถัดไป

    ก่อนเริ่มรอบ IVF ต้องตรวจอะไร

    ก่อนเริ่ม IVF แพทย์จะประเมินทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกยา ปริมาณยา วิธีปฏิสนธิ และแผนย้ายตัวอ่อน โดยฝ่ายหญิงมักตรวจอัลตราซาวนด์ดูมดลูก รังไข่ และจำนวนถุงไข่ รวมถึงตรวจฮอร์โมน เช่น AMH เพื่อประเมินปริมาณไข่สำรองในรังไข่

    ส่วนฝ่ายชายจะตรวจน้ำเชื้ออสุจิ (Semen Analysis) เพื่อดูจำนวน การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิ หากผลอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอาจใช้ IVF ตามปกติ แต่หากมีข้อจำกัด เช่น อสุจิน้อยหรือเคลื่อนไหวต่ำ แพทย์อาจแนะนำ ICSI ซึ่งเป็นการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง

    ก่อนเริ่มรอบ IVF ต้องตรวจอะไร

    กระตุ้นไข่และติดตามรอบไข่

    ช่วงกระตุ้นไข่มักใช้เวลาประมาณ 8–12 วัน โดยใช้ยาฉีดใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้ไข่หลายใบโตพร้อมกัน ซึ่งส่วนใหญ่สามารถฉีดเองที่บ้านได้ ระหว่างนี้แพทย์จะนัดตรวจอัลตราซาวนด์และอาจเจาะเลือดเพื่อติดตามการเจริญของไข่เป็นระยะ เมื่อไข่โตถึงระดับที่เหมาะสมจะให้ยา Trigger เพื่อกระตุ้นให้ไข่สุกก่อนนัดเก็บไข่ โดยความถี่ในการมาตรวจขึ้นอยู่กับการตอบสนองของรังไข่ในแต่ละคน

    วันเก็บไข่และเก็บอสุจิ

    วันเก็บไข่เป็นวันที่ต้องวางแผนเวลาให้ชัดเจน เพราะต้องมาตามนัดหลังฉีดยา Trigger แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอดโดยมีอัลตราซาวนด์นำทาง โดยมักใช้ยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบแบบสั้น ผู้ป่วยจึงไม่ควรขับรถกลับเอง หลังทำจะพักฟื้นที่คลินิกช่วงหนึ่งก่อนกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน อาจมีอาการแน่นหรือหน่วงท้องเล็กน้อย และแพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องการดูแลตัวเอง ขณะเดียวกันฝ่ายชายจะเก็บอสุจิในวันเดียวกันหรือใช้ตัวอย่างที่เตรียมไว้ตามแผน ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์

    ปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บ

    หลังเก็บไข่ ห้องแล็บจะนำไข่และอสุจิมาปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ถ้าเป็น IVF แบบทั่วไป จะให้อสุจิสัมผัสกับไข่ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมไว้ ส่วน ICSI จะคัดอสุจิ 1 ตัวแล้วฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง วิธีที่เหมาะขึ้นอยู่กับผลอสุจิ คุณภาพไข่ และแผนของแพทย์

    หลังปฏิสนธิ ตัวอ่อนจะถูกเลี้ยงต่อในห้องแล็บประมาณ 5–6 วันจนถึงระยะที่เหมาะสม ระหว่างนี้ผู้ป่วยไม่ต้องมาคลินิกทุกวัน ทีมแล็บจะติดตามการเจริญของตัวอ่อน และแจ้งผลตามรอบที่คลินิกกำหนด

    ย้ายตัวอ่อนสดหรือแช่แข็ง ต่างกันอย่างไร

    การย้ายตัวอ่อนมีทั้งการย้ายตัวอ่อนสด และการแช่แข็งตัวอ่อนก่อนแล้วย้ายในรอบถัดไป การเลือกวิธีขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายหลังเก็บไข่ ความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก ความเสี่ยงบางอย่าง และแผนตรวจเพิ่มเติมของแต่ละเคส

    รูปแบบข้อแนะนำ
    ย้ายตัวอ่อนสดร่างกายพร้อม เยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนาเหมาะสม และไม่มีแผนรอผลตรวจตัวอ่อน
    ย้ายตัวอ่อนแช่แข็งต้องการเตรียมโพรงมดลูกในรอบถัดไป หรือมีแผนตรวจคัดกรองโครโมโซม (PGT)

    หากมีการตรวจ PGT แพทย์มักวางแผนแช่แข็งตัวอ่อนไว้ก่อน เพื่อรอผลตรวจและเลือกเวลาย้ายตัวอ่อนให้เหมาะกับร่างกายมากขึ้น ส่วนขั้นตอนย้ายตัวอ่อนมักใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องดมยาสลบ และกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน

    รอตรวจผลตั้งครรภ์หลังย้ายตัวอ่อน

    หลังย้ายตัวอ่อน แพทย์มักให้ใช้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่อเนื่องตามแผน และนัดเจาะเลือดตรวจ hCG หรือ Human Chorionic Gonadotropin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ใช้ประเมินการตั้งครรภ์ หลังย้ายตัวอ่อนประมาณ 9–14 วัน

    ช่วงรอผลเป็นช่วงที่หลายคนกังวลมากที่สุด แต่โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องนอนนิ่งตลอดเวลา แพทย์มักแนะนำให้ใช้ชีวิตเบา ๆ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือกิจกรรมที่ร่างกายต้องออกแรงมาก ส่วนรายละเอียดควรยึดตามคำแนะนำของแพทย์ประจำเคส

    สรุประยะเวลาทำ IVF และต้องพักช่วงไหนบ้าง

    แม้ IVF หนึ่งรอบจะกินเวลาหลายสัปดาห์ แต่วันที่ต้องหยุดงานจริงมักน้อยกว่าที่หลายคนคิด เพราะหลายขั้นตอนทำที่บ้านหรือรอผลจากห้องแล็บได้

    สรุประยะเวลาทำ IVF และต้องพักช่วงไหนบ้าง

    ขั้นตอนระยะเวลาข้อแนะนำ
    ตรวจประเมินก่อนเริ่มรอบ1–2 สัปดาห์ก่อนเริ่มเลือกเวลานัดให้ตรงกับช่วงเวลาที่สะดวกได้
    กระตุ้นไข่8–12 วันทำกิจกรรมได้ตามปกติ แต่อาจต้องเผื่อเวลาครึ่งวันสำหรับตรวจติดตาม
    วันเก็บไข่1 วันแนะนำพักผ่อนเต็มวัน 1 วัน และควรมีผู้ดูแลพากลับบ้าน
    เลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บ5–6 วันใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องหยุดพักเพราะเป็นการรอผลจากห้องแล็บ
    วันย้ายตัวอ่อน1 วันแนะนำพักผ่อนครึ่งวันถึง 1 วัน ตามสภาพร่างกายและคำแนะนำของแพทย์
    รอผลตั้งครรภ์9–14 วันทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ เพียงแต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก

    โดยรวม หลายเคสใช้วันหยุดงานจริงประมาณ 2–3 วัน ได้แก่ วันเก็บไข่ วันย้ายตัวอ่อน และวันตรวจติดตามบางครั้ง แต่จำนวนวันอาจเปลี่ยนตามอาชีพ ลักษณะงาน และการตอบสนองของร่างกาย

    ทำ IVF มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนบ้าง

    ขั้นตอนรายการค่าใช้จ่าย
    ตรวจประเมินก่อนเริ่มค่าตรวจฮอร์โมน อัลตราซาวนด์ ตรวจน้ำเชื้อ และตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
    กระตุ้นไข่ค่ายากระตุ้นไข่ ยาติดตามรอบ และการตรวจติดตามระหว่างรอบ
    เก็บไข่ค่าหัตถการ ค่ายาระงับความรู้สึก และค่าใช้พื้นที่ทำหัตถการ
    ห้องแล็บตัวอ่อนค่าปฏิสนธิ งานแล็บ และการเลี้ยงตัวอ่อน
    ย้ายตัวอ่อนค่าย้ายตัวอ่อน และยาฮอร์โมนหลังย้ายตามแผนแพทย์
    รายการเพิ่มเติมการแช่แข็งตัวอ่อน การเก็บรักษาตัวอ่อน หรือ PGT หากแพทย์แนะนำ

    ข้อควรรู้ก่อนเริ่มต้นปรึกษา IVF

    • การเลือกวิธีปฏิสนธิ IVF หรือ ICSI ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับคุณภาพของไข่และผลการตรวจน้ำเชื้ออสุจิของฝ่ายชาย
    • จำนวนครั้งตรวจติดตาม มีผลโดยตรงกับการวางแผนตารางงาน และการเดินทางมาคลินิก
    • แผนการแช่แข็งตัวอ่อน การวางแผนย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งส่งผลต่อไทม์ไลน์การรักษารวมทั้งรอบ
    • การตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน PGT โดยเฉพาะเคสอายุ 35 ปีขึ้นไป มีประวัติแท้งซ้ำ หรือมีความเสี่ยงทางพันธุกรรม
    • ค่าใช้จ่ายที่อาจเปลี่ยนตามผลตรวจ รายการค่าใช้จ่ายอาจปรับเปลี่ยนไปตามผลการตรวจร่างกายและการตอบสนองต่อยาในแต่ละบุคคล

    ทำความเข้าใจกระบวนการ IVF

    การทำ IVF ไม่ได้เป็นเพียงการเก็บไข่และย้ายตัวอ่อน แต่เป็นกระบวนการที่ต้องดูข้อมูลของทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่ฮอร์โมน รังไข่ มดลูก ผลอสุจิ คุณภาพตัวอ่อน ไปจนถึงเวลาที่เหมาะสมในการย้ายตัวอ่อน

    ที่ Gift Fertility การวางแผน IVF เริ่มจากการตรวจประเมินและคุยรายละเอียดของเคส ก่อนเลือกแนวทางที่เหมาะกับร่างกายและเป้าหมายของแต่ละคู่ หากต้องการดูรายละเอียดขั้นตอนและบริการ สามารถดูข้อมูล บริการ IVF ที่ Gift Fertility และอ่านภาพรวมความต่างระหว่าง IVF กับ ICSI ต่างกันอย่างไร เพื่อเตรียมคำถามก่อนพบแพทย์ได้

    ทีมแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง

    Scroll to Top