tube

IVF และ ICSI คืออะไร

บริการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF: In Vitro Fertilization) และ อิ๊กซี่ (ICSI: Intracytoplasmic Sperm Injection)

บริการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF: In Vitro Fertilization) และ อิ๊กซี่ (ICSI: Intracytoplasmic Sperm Injection)

ที่ Gift Fertility Centre Bangkok เราให้บริการทำเด็กหลอดแก้ว ด้วยวิธี IVF (In Vitro Fertilization) และ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์อย่างได้ผล ให้คุณและคนรักอุ่นใจด้วยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ปลอดเชื้อ ได้มาตรฐานสากล มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม ทุกขั้นตอนดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ที่มีประสบการณ์ในการรักษาผู้มีบุตรยากจากโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ พร้อมให้คำปรึกษา รับฟังความต้องการ และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมที่สุดสำหรับท่าน ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ได้มาตรฐานทั้งทางด้านการวินิจฉัยและการรักษาจนกว่าจะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์และถึงวันที่ลูกน้อยลืมตาดูโลกเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับครอบครัว

การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF: In Vitro Fertilization) คืออะไร

การทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization) หรือ IVF คือ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นการผสมไข่และอสุจิภายนอกร่างกายในห้องปฏิบัติการ โดยในการทำเด็กหลอดแก้ว IVF นี้ แพทย์จะคัดเลือกเซลล์สืบพันธุ์ของฝ่ายหญิงหรือเซลล์ไข่ และอสุจิจากฝ่ายชายเพื่อนำมาผสมกันจนกระทั่งเกิดการปฏิสนธิ จากนั้นจึงเพาะเลี้ยงตัวอ่อนในจานเพาะเลี้ยงต่อจนถึงระยะที่เหมาะสมหรือระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) ก่อนนำเอาตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปฝังในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงเพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตและฝังตัวอย่างเหมาะสม ในกรณีที่มีตัวอ่อนเหลือจากการทำ IVF แพทย์จะนำตัวอ่อนที่สมบูรณ์แข็งแรงทำการแช่แข็งและเก็บไว้ใช้ในการรักษารอบต่อไป การทำ IVF จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้ตัวอ่อนเติบโตจนพร้อมฝังตัว เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ และเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้มีบุตรยากวิธีหนึ่ง

การทำอิ๊กซี่ (ICSI: Intracytoplasmic Sperm Injection) คืออะไร

การทำอิ๊กซี่ (Intracytoplasmic Sperm Injection) หรือ ICSI คือ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โดยใช้เข็มขนาดเล็กฉีดอสุจิ 1 ตัวเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรงแบบเจาะจงเพื่อช่วยให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์จะคัดเลือกอสุจิตัวที่แข็งแรง สมบูรณ์ และเคลื่อนไหวตัวที่ดีที่สุดเพียง 1 ตัวจากฝ่ายชาย และฉีดเข้าสู่ไข่ 1 ใบของฝ่ายหญิงที่มีการเก็บไข่รอล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคที่อสุจิอาจต้องเจอเมื่อพยายามจะเจาะเข้าไปในไข่ จากนั้น แพทย์จะเพาะเลี้ยงจนได้เป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) และนำเอาตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปฝังในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงเพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตและฝังตัวอย่างเหมาะสมในครรภ์มารดา ปัจจุบัน การทำ ICSI ถือเป็นวิธีรักษาภาวะผู้มีบุตรยากที่มีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีอื่น ๆ มีความปลอดภัย แม่นยำสูง และได้รับความนิยมไปทั่วโลก

IVF vs ICSI

ข้อแตกต่างของการทำ IVF และ ICSI

การทำ IVF และการทำ ICSI คือ วิธีเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ดำเนินการภายในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่วิธีการปฏิสนธิ โดยการทำ IVF จะเป็นการผสมอสุจิหลายตัวกับไข่หลายใบเข้าด้วยกัน โดยนำอสุจิกับไข่มาอยู่ที่เดียวกันในจานเพาะเลี้ยง รอให้อสุจิตัวที่แข็งแรงและสมบูรณ์ที่สุดว่ายไปชนไข่เองตามธรรมชาติ และปล่อยให้เกิดการปฏิสนธิ ส่วนการทำ ICSI จะเป็นการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุด 1 ตัวและไข่ที่ดีที่สุด 1 ใบมาผสมกันโดยใช้เข็มฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง

IVF

ปล่อยให้อสุจิเจาะไข่ในห้องแล็บตามธรรมชาติ เหมาะกับกรณีที่คุณภาพอสุจิอยู่ในเกณฑ์ที่ยังสนับสนุนการปฏิสนธิได้เอง

เหมาะกับบางเคสที่ปัญหาหลักอยู่ฝั่งหญิง

ใช้ผลตรวจจริงมาช่วยประเมิน

อาจเป็นทางเลือกหลัง IUI ไม่สำเร็จ

ICSI

แพทย์คัดเลือกอสุจิและฉีดเข้าสู่ไข่โดยตรง มักใช้เมื่อมีปัจจัยฝ่ายชายที่ชัดเจน หรือมีเหตุผลทางการแพทย์ที่เหมาะกับวิธีนี้มากกว่า

เหมาะกับเคสอสุจิน้อยหรือคุณภาพต่ำ

ช่วยเพิ่มโอกาสปฏิสนธิในบางกลุ่มเคส

แพทย์จะเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับผลตรวจของคู่สมรส

ขั้นตอนการทำ IVF

จากวันแรกที่เข้ามาปรึกษา จนถึงการติดตามผลหลังย้ายตัวอ่อน

  • 1

    First Visit

ซักประวัติ ตรวจเบื้องต้น และวางแผนการตรวจที่จำเป็นสำหรับคู่สมรส

  • 2

    ตรวจวินิจฉัย

ตรวจฮอร์โมน Ultrasound และตรวจอสุจิ เพื่อประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์

  • 3

    วางแผนการรักษา

เลือก Protocol การกระตุ้นไข่ที่เหมาะกับเคส ไม่ใช้แนวทางเดียวสำหรับทุกคน

  • 4

    กระตุ้นไข่

ใช้ยากระตุ้นไข่ประมาณ 8–12 วัน พร้อมติดตามการตอบสนองอย่างใกล้ชิด

  • 5

    เก็บไข่

ดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์ ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที

  • 6

    ปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อน

ใช้ IVF หรือ ICSI ตามความเหมาะสม และเลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บ

  • 7

    นำตัวอ่อนที่ได้รับการคัดเลือกกลับเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ตรวจฮอร์โมน Ultrasound และตรวจอสุจิ เพื่อประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์

  • 8

    ติดตามผล

ตรวจการตั้งครรภ์และติดตามผลระยะเริ่มต้นตามแผนที่แพทย์วางไว้

ขั้นตอนการทำ ICSI

จากวันแรกที่เข้ามาปรึกษา จนถึงการติดตามผลหลังย้ายตัวอ่อน

ระยะเวลาต่อรอบอาจใกล้เคียงกับ IVF แต่รายละเอียดของการวางแผนจะลึกขึ้นในส่วนของการประเมินอสุจิและการเลือกเทคนิคที่เหมาะกับปัจจัยฝ่ายชาย

  • 1

    ตรวจ Semen Analysis

ประเมินข้อมูลพื้นฐานของอสุจิและวางแผนว่าควรทำ ICSI หรือมีการพิจารณา TESE/PESA ร่วมด้วย

  • 2

    วางแผนการรักษา

เลือกแนวทางที่เหมาะกับผลตรวจของทั้งคู่ ไม่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน

  • 3

    กระตุ้นไข่ฝ่ายหญิง

ใช้ยากระตุ้นไข่ตามแผนของแพทย์ พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

  • 4

    อาจเป็นการเก็บน้ำอสุจิทั่วไป หรือทำ TESE/PESA ตามข้อบ่งชี้ของแต่ละเคส

ใช้ยากระตุ้นไข่ประมาณ 8–12 วัน พร้อมติดตามการตอบสนองอย่างใกล้ชิด

  • 5

    ทำ ICSI ในห้องแล็บ

คัดเลือกอสุจิและฉีดเข้าสู่ไข่โดยตรง เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิในเคสที่เหมาะสม

  • 6

    เลี้ยงตัวอ่อน

ติดตามการพัฒนาของตัวอ่อนในห้องแล็บตามมาตรฐานที่กำหนด

  • 7

    ย้ายตัวอ่อน

นำตัวอ่อนที่ได้รับการคัดเลือกกลับเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม

  • 8

    ติดตามผล

ตรวจการตั้งครรภ์และติดตามผลระยะเริ่มต้นตามแผนการดูแลของแพทย์

ขั้นตอนการทำ IVF

ดูองค์ประกอบของค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ

ค่ารักษา IVF มักประกอบด้วยหลายส่วน เช่น ค่ายา ค่ากระตุ้นไข่ ค่าเก็บไข่ ค่าห้องแล็บ ค่าย้ายตัวอ่อน และค่าบริการเพิ่มเติมตามแผนการรักษา

ค่ายาและการกระตุ้นไข่

ค่าเก็บไข่และค่าห้องแล็บ

ค่าย้ายตัวอ่อน

ค่าแช่แข็งตัวอ่อนหรือ PGT ในกรณีที่จำเป็น

เพราะแต่ละเคสมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน

หน้า Landing นี้จึงเน้นให้คุณเข้าใจภาพรวมก่อน ส่วนรายละเอียดด้านราคาและแผนค่าใช้จ่าย ควรดูควบคู่กับหน้าราคาโดยตรง หรือเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินงบประมาณที่เหมาะกับเคสของคุณ

โอกาสความสำเร็จ
ของการทำ IVF และ ICSI

โอกาสความสำเร็จของ IVF

60 - 70%

อัตราความสำเร็จของการทำ IVF ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของฝ่ายหญิง คุณภาพของไข่ ความสมบูรณ์ของอสุจิ เทคนิคที่ใช้ และประสบการณ์ของแพทย์ โดยมีอัตราปฏิสนธิกับไข่สำเร็จอยู่ที่ประมาณ 60-70%

โอกาสความสำเร็จของ ICSI

80 - 90 %

อัตราความสำเร็จของการทำ ICSI ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของฝ่ายหญิง คุณภาพของไข่ ความสมบูรณ์ของอสุจิ เทคนิคที่ใช้ และประสบการณ์ของแพทย์ โดยมีอัตราปฏิสนธิกับไข่สำเร็จอยู่ที่ประมาณ 70-80%

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำ IVF และ ICSI

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำ IVF และ ICSI ได้สำเร็จขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

s3

อายุของฝ่ายหญิง เป็นปัจจัยที่สำคัญและมีผลต่อความสำเร็จ ยิ่งฝ่ายหญิงมีอายุมาก โอกาสในการตั้งครรภ์ก็น้อยลง เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางโครโมโซมของเซลล์ไข่ ทำให้อัตราปฏิสนธิลดลง แบ่งเซลล์ได้ไม่สมบูรณ์ เกิดท้องลม หรือได้เป็นตัวอ่อนที่มีความผิดปกติทางโครโมโซม

s5

จำนวนไข่และคุณภาพของไข่ ยิ่งฝ่ายหญิงมีจำนวนไข่มาก โอกาสในการปฏิสนธิก็มากตามไปด้วย เนื่องจากในการเก็บไข่ นักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือกเฉพาะไข่สุกที่ได้รับการประเมินว่ามีความสมบูรณ์เท่านั้นมาทำ IVF หรือ ICSI

s2

ความหนาและความเรียบของเยื่อบุโพรงมดลูก มดลูกที่พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อนนั้นต้องเป็นมดลูกที่มีผนังมดลูกที่หนาพอ ใสเป็นวุ้น เรียงสวย และมดลูกต้องอุ่น ไม่เย็น

s4

จำนวนอสุจิและคุณภาพของอสุจิ หากฝ่ายชายมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของอสุจิ ได้แก่ จำนวนน้อย รูปร่างผิดปกติ เคลื่อนที่ไม่ดี ฯลฯ ก็จะส่งผลต่อการปฏิสนธิเช่นเดียวกัน อสุจิที่ดีควรมีค่า pH ปกติระหว่าง 7.2 ถึง 8.0 และมีความเข้มข้นมากกว่าหรือเท่ากับ 16 ล้านตัว/มิลลิลิตร มีการเคลื่อนไหวดีและมีโครงสร้างดี

s7

การดูแลตนเองหลังย้ายตัวอ่อน ในระยะ 7 วันแรกเป็นช่วงที่ตัวอ่อนกำลังฝังตัว ฝ่ายหญิงจำเป็นต้องดูแลตนเองอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อเพิ่มโอกาสในการฝังตัวให้ได้มากที่สุด

ข้อควรปฏิบัติหลังทำ IVF และ ICSI

การทำ IVF และการทำ ICSI คือ การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายหญิงอย่างมาก ผู้เข้ารับการรักษาด้วยการทำ IVF และการทำ ICSI จึงควรดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะในช่วง 7 วันแรกหลังการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่มดลูกเพื่อช่วยให้ตัวอ่อนสามารถฝังตัวเข้าสู่โพรงมดลูกและเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด เช่น

fi_840729

รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและตรงเวลา

fi_11348503

เคลื่อนไหวร่างกายอย่างพอดี เช่น งดการขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการเดินมากเกินไปหรือยืนเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน แต่ก็ไม่ควรนอนติดเตียงตลอดเวลาหรือไม่เคลื่อนไหวร่างกายเลย

Group-2

งดทำงานหนัก ยกของหนัก หรือออกกำลังกายอย่างหักโหม โดยเฉพาะประเภทที่ต้องมีการเกร็งหน้าท้อง เพราะอาจเสี่ยงต่อการแท้งจากการเกร็งตัวของมดลูก

fi_3202926

หลีกเลี่ยงการขับรถหรือเดินทางไกล เพราะอาจทำให้มดลูกบีบตัวและส่งผลกระทบต่อกระบวนการฝังตัวอ่อน และเพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

fi_7780516

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นรับประทานอาหารที่มีเส้นใยและย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ยำ ส้มตำ ของดอง หรืออาหารทะเล เพราะหากเกิดท้องผูกหรือท้องเสียจะส่งผลต่อการเกร็งหน้าท้อง

fi_5295126

งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะถึงวันนัดตรวจเลือดฮอร์โมนตั้งครรภ์ HCG และเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรงดมีเพศสัมพันธ์ใน 14 วันแรก

Group-3

รักษาสุขภาพให้แข็งแรง นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทำใจให้สบาย ไม่เครียด

fi_4648239

งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีทุกชนิด เช่น น้ำหอม เครื่องสำอาง สเปรย์ฉีดผม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น สเปรย์ฉีดยุง หากจำเป็น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กหรือสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

fi_7445955

หากมีอาการเจ็บป่วยหรือมีอาการผิดปกติใด ๆ หลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ทันที

การทำ IVF และ ICSI เหมาะกับใคร

การทำเด็กหลอดแก้วนั้น เหมาะสมกับคู่สมรสที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยาก คือ พยายามมีบุตรเกินกว่า 1 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่สำเร็จ โดยที่อาจจะเคยรักษาด้วยวิธีอื่นมาก่อนหน้านี้แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่มีบุตรยากด้วยปัจจัยทางด้านสุขภาพและอายุร่วมด้วย

  • เหมาะกับเพศหญิงที่มีปัญหา ดังนี้
  1. ผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ทำให้ปริมาณไข่เหลือน้อยลง (Low Ovarian Reserve)
  2. ผู้ที่ท่อนำไข่มีความผิดปกติ (Tubal Factor) เช่น ท่อนำไข่อุดตันตีบหรือคดงอ บวมน้ำหรือร่างกายไม่มีท่อนำไข่(ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด) หรือเคยผ่าตัดเอาท่อนำไข่ออก
  3. ผู้หญิงที่เคยมีประวัติทำหมันแล้ว แต่ต้องการมีบุตรเพิ่มโดยไม่ต้องการผ่าตัดเพื่อต่อท่อนำไข่
  4. มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
  5. เกิดจากภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ทำให้มีปัญหาไข่ไม่ตกเรื้อรัง
  6. ผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากพันธุกรรมบางชนิด เช่น เคยตั้งครรภ์แล้วได้บุตรพิการ หรือแท้งบ่อยเนื่องจากโครโมโซมผิดปกติ
  7. ผู้ที่ต้องผ่าตัดรังไข่ เช่น ถุงน้ำในรังไข่ เนื้องอกในรังไข่ หรือช็อกโกแลตซีสต์
  8. เพศหญิงที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็ง หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายแรงต่าง ๆ (ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทีมแพทย์)
  9. ภาวะมีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ (Unexplaned Infertile)
  • เหมาะกับเพศชายที่มีปัญหา ดังนี้
  1. เพศชายที่มีปัญหาน้ำเชื้อมีอสุจิน้อยกว่า 15 ล้านตัว/มิลลิลิตร (Oligozoospermia)
  2. เพศชายที่มีภาวะมีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ (Unexplaned Infertile)
  3. เพศชายที่พบว่าการทำงานของอสุจิมีความผิดปกติ เช่น อสุจิมีรูปร่างผิดปกติ (Teratozoospermia), มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ(Asthenozoospermia), ไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อ (Azoospermia) หรือไม่สามารถหลั่งน้ำเชื้อออกมาได้ (Aspermia)
  4. เพศชายที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็ง หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายแรงต่าง ๆ (ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทีมแพทย์)

ข้อดีของการทำ IVF และ ICSI

Rectangle-5

โอกาสสำเร็จมากกว่าเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น ช่วยให้ผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากหรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์และโรคทางกรรมพันธุ์สามารถตั้งครรภ์ได้

Rectangle-5-5

เพิ่มโอกาสได้บุตรที่ปกติ แข็งแรง ไม่มีโรคผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ภาวะดาวน์ซินโดรมหรือธาลัสซีเมีย เนื่องจากสามารถตรวจเช็คโครโมโซมของตัวอ่อน (PGT) ก่อนการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก

Rectangle-5-1

ช่วยกำหนดช่วงเวลาตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ได้เมื่อมีความพร้อมในเวลาที่เหมาะสม

calendar 1

ไม่มีการผ่าตัด เป็นเพียงการคัดเลือกไข่จากฝ่ายหญิงนำออกมาผสมกับอสุจิจากฝ่ายชายและรอให้ตัวอ่อนเติบโต แล้วจึงนำใส่กลับเข้าไปที่โพรงมดลูก

Rectangle-5-4

ตัวอ่อนและไข่ สามารถแช่แข็งเก็บไว้ได้นานมากกว่า 10 ปี

ราคาค่าบริการทำเด็กหลอดแก้ว IVF และ ICSI

ราคาค่าบริการทำเด็กหลอดแก้ว IVF และ ICSI

ค่าใช้จ่ายในการทำ IVF แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก โดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 – 450,000 บาท

ราคาค่าบริการทำเด็กหลอดแก้ว IVF และ ICSI

ค่าใช้จ่ายในการทำ ICSI แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก โดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 – 450,000 บาท

ข้อแตกต่างของการทำเด็กหลอดแก้วแต่ละประเภท

ข้อแตกต่างของการทำ IVF และ Gift

การทำ Gift (Gamete Intrafallopian Transfer) หรือที่เรียกกันว่า การทำกิฟต์ คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยการเจริญพันธุ์ โดยการดูดเอาไข่ที่ถูกกระตุ้นออกมาจากรังไข่ของฝ่ายหญิงผ่านทางหน้าท้อง แล้วนำมาผสมกับตัวอสุจิที่ผ่านการคัดเลือก จากนั้นจึงนำกลับเข้าไปในท่อนำไข่ทันทีเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิตามธรรมชาติ ดังนั้น ผู้เข้ารับการรักษาจึงต้องเข้าห้องผ่าตัด มีการใช้ยาสลบ มีการกรีดแผลเล็ก ๆ ที่หน้าท้อง และต้องนอนพักฟื้น 1 คืน ในขณะที่การทำเด็กหลอดแก้ว IVF คือ เทคนิคใหม่ที่ใช้วิธีดูดไข่ออกมาทางช่องคลอดเพื่อปฏิสนธิภายนอกร่างกาย พักฟื้นแค่ 1-2 ชั่วโมงก็กลับบ้านได้

ข้อแตกต่างของการทำ IVF และ Gift

การทำ Gift (Gamete Intrafallopian Transfer) หรือที่เรียกกันว่า การทำกิฟต์ คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยการเจริญพันธุ์ โดยการดูดเอาไข่ที่ถูกกระตุ้นออกมาจากรังไข่ของฝ่ายหญิงผ่านทางหน้าท้อง แล้วนำมาผสมกับตัวอสุจิที่ผ่านการคัดเลือก จากนั้นจึงนำกลับเข้าไปในท่อนำไข่ทันทีเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิตามธรรมชาติ ดังนั้น ผู้เข้ารับการรักษาจึงต้องเข้าห้องผ่าตัด มีการใช้ยาสลบ มีการกรีดแผลเล็ก ๆ ที่หน้าท้อง และต้องนอนพักฟื้น 1 คืน ในขณะที่การทำเด็กหลอดแก้ว IVF คือ เทคนิคใหม่ที่ใช้วิธีดูดไข่ออกมาทางช่องคลอดเพื่อปฏิสนธิภายนอกร่างกาย พักฟื้นแค่ 1-2 ชั่วโมงก็กลับบ้านได้

ข้อแตกต่างของการทำ ICSI และ Gift

การทำ Gift และการทำ ICSI เป็นการรักษาผู้มีบุตรยากโดยการปฏิสนธิภายนอกร่างกายเหมือนกัน ต่างกันเพียงวิธีการนำตัวอ่อนกลับเข้าสู่มดลูก โดยการทำ Gift เป็นการนำอสุจิและไข่มาผสมกันจนเกิดเป็นตัวอ่อน จากนั้นจึงผ่าตัดหน้าท้องเพื่อใส่ตัวอ่อนกลับเข้าไปยังท่อนำไข่ และปล่อยให้ตัวอ่อนเคลื่อนไปฝังตัวในโพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์เอง ส่วนการทำ ICSI จะเป็นการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุด 1 ตัวฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่ และเลี้ยงจนเกิดเป็นตัวอ่อน จากนั้นจะย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก โดยไม่ต้องมีการผ่าตัด และสามารถตรวจดูโครโมโซมของตัวอ่อนเพื่อลดโอกาสการเกิดความผิดปกติทางโครโมโซม และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

ข้อแตกต่างของการทำ ICSI และ IUI

การทำ ICSI คือ เทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธุ์ที่เริ่มจากการกระตุ้นไข่และเก็บออกมาจำนวนหลายใบ เพื่อนำไข่และเชื้ออสุจิมาปฏิสนธิภายนอกร่างกายโดยการคัดเลือกอสุจิและไข่ที่ดีที่สุดมาผสมกัน ซึ่งเป็นการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง หลังจากนั้นจึงเพาะเลี้ยงให้เป็นตัวอ่อนและฉีดกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้ตัวอ่อนฝังตัวที่มดลูก โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้อสุจิได้ผสมกับไข่ได้ง่ายขึ้น ส่วนการทำ IUI คือ เทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธุ์ที่มีการปฏิสนธิในร่างกายให้ไข่กับอสุจิผสมกันเองตามธรรมชาติ เริ่มต้นจากการกระตุ้นการตกไข่ จากนั้นจึงฉีดอสุจิที่เตรียมจากห้องปฏิบัติการและผ่านการคัดเลือกคุณภาพเข้าสู่โพรงมดลูกในวันที่ฝ่ายหญิงมีการตกไข่และปล่อยให้อสุจิกับไข่ปฏิสนธิกันเอง

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ข้อแตกต่างของการทำ ICSI และ Gift

Q: การทำ IVF เจ็บหรือไม่?

Q: การทำ IVF ใช้เวลานานแค่ไหน?

Q: การทำ IVF มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

Q: การทำ IVF ปลอดภัยหรือไม่?

Scroll to Top