IVF และ ICSI คืออะไร
บริการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF: In Vitro Fertilization) และ อิ๊กซี่ (ICSI: Intracytoplasmic Sperm Injection)
บริการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF: In Vitro Fertilization) และ อิ๊กซี่ (ICSI: Intracytoplasmic Sperm Injection)
ที่ Gift Fertility Centre Bangkok เราให้บริการทำเด็กหลอดแก้ว ด้วยวิธี IVF (In Vitro Fertilization) และ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์อย่างได้ผล ให้คุณและคนรักอุ่นใจด้วยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ปลอดเชื้อ ได้มาตรฐานสากล มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม ทุกขั้นตอนดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ที่มีประสบการณ์ในการรักษาผู้มีบุตรยากจากโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ พร้อมให้คำปรึกษา รับฟังความต้องการ และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมที่สุดสำหรับท่าน ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ได้มาตรฐานทั้งทางด้านการวินิจฉัยและการรักษาจนกว่าจะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์และถึงวันที่ลูกน้อยลืมตาดูโลกเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับครอบครัว
การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF: In Vitro Fertilization) คืออะไร
การทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization) หรือ IVF คือ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นการผสมไข่และอสุจิภายนอกร่างกายในห้องปฏิบัติการ โดยในการทำเด็กหลอดแก้ว IVF นี้ แพทย์จะคัดเลือกเซลล์สืบพันธุ์ของฝ่ายหญิงหรือเซลล์ไข่ และอสุจิจากฝ่ายชายเพื่อนำมาผสมกันจนกระทั่งเกิดการปฏิสนธิ จากนั้นจึงเพาะเลี้ยงตัวอ่อนในจานเพาะเลี้ยงต่อจนถึงระยะที่เหมาะสมหรือระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) ก่อนนำเอาตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปฝังในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงเพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตและฝังตัวอย่างเหมาะสม ในกรณีที่มีตัวอ่อนเหลือจากการทำ IVF แพทย์จะนำตัวอ่อนที่สมบูรณ์แข็งแรงทำการแช่แข็งและเก็บไว้ใช้ในการรักษารอบต่อไป การทำ IVF จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้ตัวอ่อนเติบโตจนพร้อมฝังตัว เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ และเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้มีบุตรยากวิธีหนึ่ง
การทำอิ๊กซี่ (ICSI: Intracytoplasmic Sperm Injection) คืออะไร
การทำอิ๊กซี่ (Intracytoplasmic Sperm Injection) หรือ ICSI คือ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โดยใช้เข็มขนาดเล็กฉีดอสุจิ 1 ตัวเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรงแบบเจาะจงเพื่อช่วยให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์จะคัดเลือกอสุจิตัวที่แข็งแรง สมบูรณ์ และเคลื่อนไหวตัวที่ดีที่สุดเพียง 1 ตัวจากฝ่ายชาย และฉีดเข้าสู่ไข่ 1 ใบของฝ่ายหญิงที่มีการเก็บไข่รอล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคที่อสุจิอาจต้องเจอเมื่อพยายามจะเจาะเข้าไปในไข่ จากนั้น แพทย์จะเพาะเลี้ยงจนได้เป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) และนำเอาตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปฝังในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงเพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตและฝังตัวอย่างเหมาะสมในครรภ์มารดา ปัจจุบัน การทำ ICSI ถือเป็นวิธีรักษาภาวะผู้มีบุตรยากที่มีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีอื่น ๆ มีความปลอดภัย แม่นยำสูง และได้รับความนิยมไปทั่วโลก
IVF vs ICSI
ข้อแตกต่างของการทำ IVF และ ICSI
การทำ IVF และการทำ ICSI คือ วิธีเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ดำเนินการภายในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่วิธีการปฏิสนธิ โดยการทำ IVF จะเป็นการผสมอสุจิหลายตัวกับไข่หลายใบเข้าด้วยกัน โดยนำอสุจิกับไข่มาอยู่ที่เดียวกันในจานเพาะเลี้ยง รอให้อสุจิตัวที่แข็งแรงและสมบูรณ์ที่สุดว่ายไปชนไข่เองตามธรรมชาติ และปล่อยให้เกิดการปฏิสนธิ ส่วนการทำ ICSI จะเป็นการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุด 1 ตัวและไข่ที่ดีที่สุด 1 ใบมาผสมกันโดยใช้เข็มฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง
IVF
ปล่อยให้อสุจิเจาะไข่ในห้องแล็บตามธรรมชาติ เหมาะกับกรณีที่คุณภาพอสุจิอยู่ในเกณฑ์ที่ยังสนับสนุนการปฏิสนธิได้เอง
ICSI
แพทย์คัดเลือกอสุจิและฉีดเข้าสู่ไข่โดยตรง มักใช้เมื่อมีปัจจัยฝ่ายชายที่ชัดเจน หรือมีเหตุผลทางการแพทย์ที่เหมาะกับวิธีนี้มากกว่า
ขั้นตอนการทำ IVF
จากวันแรกที่เข้ามาปรึกษา จนถึงการติดตามผลหลังย้ายตัวอ่อน
First Visit
ซักประวัติ ตรวจเบื้องต้น และวางแผนการตรวจที่จำเป็นสำหรับคู่สมรส
ตรวจวินิจฉัย
ตรวจฮอร์โมน Ultrasound และตรวจอสุจิ เพื่อประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์
วางแผนการรักษา
เลือก Protocol การกระตุ้นไข่ที่เหมาะกับเคส ไม่ใช้แนวทางเดียวสำหรับทุกคน
กระตุ้นไข่
ใช้ยากระตุ้นไข่ประมาณ 8–12 วัน พร้อมติดตามการตอบสนองอย่างใกล้ชิด
เก็บไข่
ดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์ ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที
ปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อน
ใช้ IVF หรือ ICSI ตามความเหมาะสม และเลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บ
นำตัวอ่อนที่ได้รับการคัดเลือกกลับเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ตรวจฮอร์โมน Ultrasound และตรวจอสุจิ เพื่อประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์
ติดตามผล
ตรวจการตั้งครรภ์และติดตามผลระยะเริ่มต้นตามแผนที่แพทย์วางไว้
ขั้นตอนการทำ ICSI
จากวันแรกที่เข้ามาปรึกษา จนถึงการติดตามผลหลังย้ายตัวอ่อน
ระยะเวลาต่อรอบอาจใกล้เคียงกับ IVF แต่รายละเอียดของการวางแผนจะลึกขึ้นในส่วนของการประเมินอสุจิและการเลือกเทคนิคที่เหมาะกับปัจจัยฝ่ายชาย
ตรวจ Semen Analysis
ประเมินข้อมูลพื้นฐานของอสุจิและวางแผนว่าควรทำ ICSI หรือมีการพิจารณา TESE/PESA ร่วมด้วย
วางแผนการรักษา
เลือกแนวทางที่เหมาะกับผลตรวจของทั้งคู่ ไม่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน
กระตุ้นไข่ฝ่ายหญิง
ใช้ยากระตุ้นไข่ตามแผนของแพทย์ พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
อาจเป็นการเก็บน้ำอสุจิทั่วไป หรือทำ TESE/PESA ตามข้อบ่งชี้ของแต่ละเคส
ใช้ยากระตุ้นไข่ประมาณ 8–12 วัน พร้อมติดตามการตอบสนองอย่างใกล้ชิด
ทำ ICSI ในห้องแล็บ
คัดเลือกอสุจิและฉีดเข้าสู่ไข่โดยตรง เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิในเคสที่เหมาะสม
เลี้ยงตัวอ่อน
ติดตามการพัฒนาของตัวอ่อนในห้องแล็บตามมาตรฐานที่กำหนด
ย้ายตัวอ่อน
นำตัวอ่อนที่ได้รับการคัดเลือกกลับเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ติดตามผล
ตรวจการตั้งครรภ์และติดตามผลระยะเริ่มต้นตามแผนการดูแลของแพทย์
ขั้นตอนการทำ IVF
ดูองค์ประกอบของค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ
ค่ารักษา IVF มักประกอบด้วยหลายส่วน เช่น ค่ายา ค่ากระตุ้นไข่ ค่าเก็บไข่ ค่าห้องแล็บ ค่าย้ายตัวอ่อน และค่าบริการเพิ่มเติมตามแผนการรักษา
เพราะแต่ละเคสมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน
หน้า Landing นี้จึงเน้นให้คุณเข้าใจภาพรวมก่อน ส่วนรายละเอียดด้านราคาและแผนค่าใช้จ่าย ควรดูควบคู่กับหน้าราคาโดยตรง หรือเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินงบประมาณที่เหมาะกับเคสของคุณ
โอกาสความสำเร็จ
ของการทำ IVF และ ICSI
โอกาสความสำเร็จของ IVF
60 - 70%
อัตราความสำเร็จของการทำ IVF ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของฝ่ายหญิง คุณภาพของไข่ ความสมบูรณ์ของอสุจิ เทคนิคที่ใช้ และประสบการณ์ของแพทย์ โดยมีอัตราปฏิสนธิกับไข่สำเร็จอยู่ที่ประมาณ 60-70%
โอกาสความสำเร็จของ ICSI
80 - 90 %
อัตราความสำเร็จของการทำ ICSI ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของฝ่ายหญิง คุณภาพของไข่ ความสมบูรณ์ของอสุจิ เทคนิคที่ใช้ และประสบการณ์ของแพทย์ โดยมีอัตราปฏิสนธิกับไข่สำเร็จอยู่ที่ประมาณ 70-80%
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำ IVF และ ICSI
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำ IVF และ ICSI ได้สำเร็จขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
อายุของฝ่ายหญิง เป็นปัจจัยที่สำคัญและมีผลต่อความสำเร็จ ยิ่งฝ่ายหญิงมีอายุมาก โอกาสในการตั้งครรภ์ก็น้อยลง เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางโครโมโซมของเซลล์ไข่ ทำให้อัตราปฏิสนธิลดลง แบ่งเซลล์ได้ไม่สมบูรณ์ เกิดท้องลม หรือได้เป็นตัวอ่อนที่มีความผิดปกติทางโครโมโซม
จำนวนไข่และคุณภาพของไข่ ยิ่งฝ่ายหญิงมีจำนวนไข่มาก โอกาสในการปฏิสนธิก็มากตามไปด้วย เนื่องจากในการเก็บไข่ นักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือกเฉพาะไข่สุกที่ได้รับการประเมินว่ามีความสมบูรณ์เท่านั้นมาทำ IVF หรือ ICSI
ความหนาและความเรียบของเยื่อบุโพรงมดลูก มดลูกที่พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อนนั้นต้องเป็นมดลูกที่มีผนังมดลูกที่หนาพอ ใสเป็นวุ้น เรียงสวย และมดลูกต้องอุ่น ไม่เย็น
จำนวนอสุจิและคุณภาพของอสุจิ หากฝ่ายชายมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของอสุจิ ได้แก่ จำนวนน้อย รูปร่างผิดปกติ เคลื่อนที่ไม่ดี ฯลฯ ก็จะส่งผลต่อการปฏิสนธิเช่นเดียวกัน อสุจิที่ดีควรมีค่า pH ปกติระหว่าง 7.2 ถึง 8.0 และมีความเข้มข้นมากกว่าหรือเท่ากับ 16 ล้านตัว/มิลลิลิตร มีการเคลื่อนไหวดีและมีโครงสร้างดี
การดูแลตนเองหลังย้ายตัวอ่อน ในระยะ 7 วันแรกเป็นช่วงที่ตัวอ่อนกำลังฝังตัว ฝ่ายหญิงจำเป็นต้องดูแลตนเองอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อเพิ่มโอกาสในการฝังตัวให้ได้มากที่สุด
ข้อควรปฏิบัติหลังทำ IVF และ ICSI
การทำ IVF และการทำ ICSI คือ การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายหญิงอย่างมาก ผู้เข้ารับการรักษาด้วยการทำ IVF และการทำ ICSI จึงควรดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะในช่วง 7 วันแรกหลังการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่มดลูกเพื่อช่วยให้ตัวอ่อนสามารถฝังตัวเข้าสู่โพรงมดลูกและเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด เช่น
รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและตรงเวลา
เคลื่อนไหวร่างกายอย่างพอดี เช่น งดการขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการเดินมากเกินไปหรือยืนเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน แต่ก็ไม่ควรนอนติดเตียงตลอดเวลาหรือไม่เคลื่อนไหวร่างกายเลย
งดทำงานหนัก ยกของหนัก หรือออกกำลังกายอย่างหักโหม โดยเฉพาะประเภทที่ต้องมีการเกร็งหน้าท้อง เพราะอาจเสี่ยงต่อการแท้งจากการเกร็งตัวของมดลูก
หลีกเลี่ยงการขับรถหรือเดินทางไกล เพราะอาจทำให้มดลูกบีบตัวและส่งผลกระทบต่อกระบวนการฝังตัวอ่อน และเพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นรับประทานอาหารที่มีเส้นใยและย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ยำ ส้มตำ ของดอง หรืออาหารทะเล เพราะหากเกิดท้องผูกหรือท้องเสียจะส่งผลต่อการเกร็งหน้าท้อง
งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะถึงวันนัดตรวจเลือดฮอร์โมนตั้งครรภ์ HCG และเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรงดมีเพศสัมพันธ์ใน 14 วันแรก
รักษาสุขภาพให้แข็งแรง นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทำใจให้สบาย ไม่เครียด
งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีทุกชนิด เช่น น้ำหอม เครื่องสำอาง สเปรย์ฉีดผม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น สเปรย์ฉีดยุง หากจำเป็น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กหรือสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
หากมีอาการเจ็บป่วยหรือมีอาการผิดปกติใด ๆ หลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ทันที
การทำ IVF และ ICSI เหมาะกับใคร
การทำเด็กหลอดแก้วนั้น เหมาะสมกับคู่สมรสที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยาก คือ พยายามมีบุตรเกินกว่า 1 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่สำเร็จ โดยที่อาจจะเคยรักษาด้วยวิธีอื่นมาก่อนหน้านี้แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่มีบุตรยากด้วยปัจจัยทางด้านสุขภาพและอายุร่วมด้วย
- เหมาะกับเพศหญิงที่มีปัญหา ดังนี้
- ผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ทำให้ปริมาณไข่เหลือน้อยลง (Low Ovarian Reserve)
- ผู้ที่ท่อนำไข่มีความผิดปกติ (Tubal Factor) เช่น ท่อนำไข่อุดตันตีบหรือคดงอ บวมน้ำหรือร่างกายไม่มีท่อนำไข่(ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด) หรือเคยผ่าตัดเอาท่อนำไข่ออก
- ผู้หญิงที่เคยมีประวัติทำหมันแล้ว แต่ต้องการมีบุตรเพิ่มโดยไม่ต้องการผ่าตัดเพื่อต่อท่อนำไข่
- มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
- เกิดจากภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ทำให้มีปัญหาไข่ไม่ตกเรื้อรัง
- ผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากพันธุกรรมบางชนิด เช่น เคยตั้งครรภ์แล้วได้บุตรพิการ หรือแท้งบ่อยเนื่องจากโครโมโซมผิดปกติ
- ผู้ที่ต้องผ่าตัดรังไข่ เช่น ถุงน้ำในรังไข่ เนื้องอกในรังไข่ หรือช็อกโกแลตซีสต์
- เพศหญิงที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็ง หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายแรงต่าง ๆ (ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทีมแพทย์)
- ภาวะมีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ (Unexplaned Infertile)
- เหมาะกับเพศชายที่มีปัญหา ดังนี้
- เพศชายที่มีปัญหาน้ำเชื้อมีอสุจิน้อยกว่า 15 ล้านตัว/มิลลิลิตร (Oligozoospermia)
- เพศชายที่มีภาวะมีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ (Unexplaned Infertile)
- เพศชายที่พบว่าการทำงานของอสุจิมีความผิดปกติ เช่น อสุจิมีรูปร่างผิดปกติ (Teratozoospermia), มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ(Asthenozoospermia), ไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อ (Azoospermia) หรือไม่สามารถหลั่งน้ำเชื้อออกมาได้ (Aspermia)
- เพศชายที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็ง หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายแรงต่าง ๆ (ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทีมแพทย์)
ข้อดีของการทำ IVF และ ICSI
โอกาสสำเร็จมากกว่าเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น ช่วยให้ผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากหรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์และโรคทางกรรมพันธุ์สามารถตั้งครรภ์ได้
เพิ่มโอกาสได้บุตรที่ปกติ แข็งแรง ไม่มีโรคผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ภาวะดาวน์ซินโดรมหรือธาลัสซีเมีย เนื่องจากสามารถตรวจเช็คโครโมโซมของตัวอ่อน (PGT) ก่อนการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก
ช่วยกำหนดช่วงเวลาตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ได้เมื่อมีความพร้อมในเวลาที่เหมาะสม
ไม่มีการผ่าตัด เป็นเพียงการคัดเลือกไข่จากฝ่ายหญิงนำออกมาผสมกับอสุจิจากฝ่ายชายและรอให้ตัวอ่อนเติบโต แล้วจึงนำใส่กลับเข้าไปที่โพรงมดลูก
ตัวอ่อนและไข่ สามารถแช่แข็งเก็บไว้ได้นานมากกว่า 10 ปี
ราคาค่าบริการทำเด็กหลอดแก้ว IVF และ ICSI
ราคาค่าบริการทำเด็กหลอดแก้ว IVF และ ICSI
ค่าใช้จ่ายในการทำ IVF แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก โดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 – 450,000 บาท
ราคาค่าบริการทำเด็กหลอดแก้ว IVF และ ICSI
ค่าใช้จ่ายในการทำ ICSI แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก โดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 – 450,000 บาท
ข้อแตกต่างของการทำเด็กหลอดแก้วแต่ละประเภท
ข้อแตกต่างของการทำ IVF และ Gift
การทำ Gift (Gamete Intrafallopian Transfer) หรือที่เรียกกันว่า การทำกิฟต์ คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยการเจริญพันธุ์ โดยการดูดเอาไข่ที่ถูกกระตุ้นออกมาจากรังไข่ของฝ่ายหญิงผ่านทางหน้าท้อง แล้วนำมาผสมกับตัวอสุจิที่ผ่านการคัดเลือก จากนั้นจึงนำกลับเข้าไปในท่อนำไข่ทันทีเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิตามธรรมชาติ ดังนั้น ผู้เข้ารับการรักษาจึงต้องเข้าห้องผ่าตัด มีการใช้ยาสลบ มีการกรีดแผลเล็ก ๆ ที่หน้าท้อง และต้องนอนพักฟื้น 1 คืน ในขณะที่การทำเด็กหลอดแก้ว IVF คือ เทคนิคใหม่ที่ใช้วิธีดูดไข่ออกมาทางช่องคลอดเพื่อปฏิสนธิภายนอกร่างกาย พักฟื้นแค่ 1-2 ชั่วโมงก็กลับบ้านได้
ข้อแตกต่างของการทำ IVF และ Gift
การทำ Gift (Gamete Intrafallopian Transfer) หรือที่เรียกกันว่า การทำกิฟต์ คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยการเจริญพันธุ์ โดยการดูดเอาไข่ที่ถูกกระตุ้นออกมาจากรังไข่ของฝ่ายหญิงผ่านทางหน้าท้อง แล้วนำมาผสมกับตัวอสุจิที่ผ่านการคัดเลือก จากนั้นจึงนำกลับเข้าไปในท่อนำไข่ทันทีเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิตามธรรมชาติ ดังนั้น ผู้เข้ารับการรักษาจึงต้องเข้าห้องผ่าตัด มีการใช้ยาสลบ มีการกรีดแผลเล็ก ๆ ที่หน้าท้อง และต้องนอนพักฟื้น 1 คืน ในขณะที่การทำเด็กหลอดแก้ว IVF คือ เทคนิคใหม่ที่ใช้วิธีดูดไข่ออกมาทางช่องคลอดเพื่อปฏิสนธิภายนอกร่างกาย พักฟื้นแค่ 1-2 ชั่วโมงก็กลับบ้านได้
ข้อแตกต่างของการทำ ICSI และ Gift
การทำ Gift และการทำ ICSI เป็นการรักษาผู้มีบุตรยากโดยการปฏิสนธิภายนอกร่างกายเหมือนกัน ต่างกันเพียงวิธีการนำตัวอ่อนกลับเข้าสู่มดลูก โดยการทำ Gift เป็นการนำอสุจิและไข่มาผสมกันจนเกิดเป็นตัวอ่อน จากนั้นจึงผ่าตัดหน้าท้องเพื่อใส่ตัวอ่อนกลับเข้าไปยังท่อนำไข่ และปล่อยให้ตัวอ่อนเคลื่อนไปฝังตัวในโพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์เอง ส่วนการทำ ICSI จะเป็นการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุด 1 ตัวฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่ และเลี้ยงจนเกิดเป็นตัวอ่อน จากนั้นจะย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก โดยไม่ต้องมีการผ่าตัด และสามารถตรวจดูโครโมโซมของตัวอ่อนเพื่อลดโอกาสการเกิดความผิดปกติทางโครโมโซม และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้
ข้อแตกต่างของการทำ ICSI และ IUI
การทำ ICSI คือ เทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธุ์ที่เริ่มจากการกระตุ้นไข่และเก็บออกมาจำนวนหลายใบ เพื่อนำไข่และเชื้ออสุจิมาปฏิสนธิภายนอกร่างกายโดยการคัดเลือกอสุจิและไข่ที่ดีที่สุดมาผสมกัน ซึ่งเป็นการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง หลังจากนั้นจึงเพาะเลี้ยงให้เป็นตัวอ่อนและฉีดกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้ตัวอ่อนฝังตัวที่มดลูก โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้อสุจิได้ผสมกับไข่ได้ง่ายขึ้น ส่วนการทำ IUI คือ เทคโนโลยีเพื่อการเจริญพันธุ์ที่มีการปฏิสนธิในร่างกายให้ไข่กับอสุจิผสมกันเองตามธรรมชาติ เริ่มต้นจากการกระตุ้นการตกไข่ จากนั้นจึงฉีดอสุจิที่เตรียมจากห้องปฏิบัติการและผ่านการคัดเลือกคุณภาพเข้าสู่โพรงมดลูกในวันที่ฝ่ายหญิงมีการตกไข่และปล่อยให้อสุจิกับไข่ปฏิสนธิกันเอง
FAQ
